Support
Beauty Mania
044-601100 /Line ID: @beautymaniabr /IG: beautymaniabr
Your shopping cart
ดูตะกร้าสินค้าของคุณ
ไม่มีสินค้าในตะกร้าของคุณ
 userfiles/profile-picture/279ac6b7-125a-4693-8108-b4e1e4c1ff4c/2.jpg

Post : 2013-07-18 16:55:28.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เขียนคิ้วสวย ด้วยเทคนิคง่่ายๆ

วิธีเขียนคิ้วให้เข้ารูปอย่างง่ายๆ

ถ้าพูดถึง "คิ้ว" ถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงแค่องค์ประกอบเล็กๆ บนใบหน้าเราเท่านั้น แต่็ก็เป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญมากบนใบหน้า เนื่องจาก "คิ้ว" เป็นองค์ประกอบที่จะทำให้ใบหน้าของคุณสาวๆ นั้นดูคมสวย และได้สัดส่วนมากขึ้น ขั้นตอนการเขียนคิ้วให้ได้รูปอย่างง่ายๆ

ขั้นตอนที่ 1. ให้กำหนดร่างโครงคิ้วโดยการวาดเส้นด้านล่างของคิ้วก่อน โดยลากจากกึ่งกลางไปทางคิ้ว โดยให้หัวคิ้วอยู่เสมอหัวตา มุมโก่งของคิ้วอยู่ตรงกับขอบนอกของม่านตาหรือลูกตาดำ

ขั้นตอนที่ 2. ใช้แปรงระบาย Eyebrow Shadow สีน้ำตาลเข้มย้ำที่หางคิ้วในมุมทแยงจากปีกจมูกไปหาหางตา ซึ่งคิ้วทรงนี้จะเป็นทรงที่คลาสสิคและเข้าได้กับทุกรูปหน้า

ขั้นตอนที่ 3. ใช้แปรงเขียนคิ้วหัวตัดแตะ Eye Shadow สีใกล้เคียงกับคิ้วปัดลงในบริเวณช่องว่างระหว่างหัวคิ้วและหางคิ้ว ก็จะได้คิ้วที่มีความเป็นธรรมชาติ

ขั้นตอนที่ 4. เพิ่มมิติให้กับหัวคิ้ว โดยการใช้แปรงหัวเล็กปัดสีอายแชร์โดว์ที่เราใช้ เอาไ้ว้ปัดออกมาทางหัวคิ้ว เพื่อทำให้หัวคิ้วมีสีจางๆ หากทำแบบนี้ จะยิ่งทำให้คิ้วของเราดูมีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น

ขั้นตอนที่ 5. ใช้เจลปัดขนคิ้ว ปัดคิ้วไปในทิศทางชี้ขึ้นเพื่อล็อกให้ขนคิ้วเรียงตัวสวยได้นาน และทำให้คิ้วดูเป็นธรรมชาติ

แค่นี้คุณสาวๆ ก็จะมีคิ้วโก่งเข้ารูปสวยงามแล้วหละค่ะ

 

 

 

 userfiles/profile-picture/279ac6b7-125a-4693-8108-b4e1e4c1ff4c/2.jpg

Post : 2012-11-25 14:10:41.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  10 อาหาร...ทานแล้วไม่อ้วน แถมพ่วงด้วยสุขภาพดี

10 อาหาร...ทานแล้วไม่อ้วนแถมพ่วงด้วยสุขภาพดี


หุ่นเพรียว สุขภาพดี ปรารถนาอันแรงกล้าของผู้หญิงทุกคน แต่ทานอย่างไรจะไม่อ้วน เมื่อเรื่องกินก็เป็นเรื่องที่ผู้หญิงชื่นชอบเช่นกัน วันนี้เราเลยมีเกร็ดน่ารู้ 10 อาหาร....ทานแล้วไม่อ้วน มาแนะนำคุณผู้หญิงกัน ต้องบอกเลยว่าเหมาะสำหรับสาวๆ ที่รักในการกินมากๆ รับรองได้ว่าจะไม่มีผลกระทบต่อการมีหุ่นสวยๆ น้ำหนักเป๊ะ ตามมารตฐานของสาวๆ แน่นอนค่ะ

1. อลาสกา แซลมอน
เนื้อปลาแซลมอนเต็มไปด้วยโอเมก้า-3 ซึ่งดีต่อหัวใจมากๆ แถมยังช่วยปรับอารมณ์ไม่ให้ซึมเศร้า ป้องกันมะเร็ง ป้องกันโรคอัลไซเมอร์ได้อีกต่างหาก นอกจากนี้ยังมีโปรตีน และวิตามินดี ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่ผู้หญิงมักจะขาด และสำหรับว่าที่คุณแม่ทั้งหลาย ก็ต้องหาแซลมอนมารับประทานโดยด่วน เพราะในเนื้อปลายังมี DHA ซึ่งเป็นกรดไขมัน ที่จำเป็นสำหรับลูกน้อยในครรภ์

ทานแค่ไหนดี : ควรทานปลาแซลมอน หรือปลาที่มีกรดไขมันดีคล้ายๆ กับแซลมอน สัปดาห์ละ 2 มื้อ แต่ถ้าหาปลาอลาสกา แซลมอน สดๆ ไม่ได้ จะทานเป็นปลาแซลมอนกระป๋องก็ได้เหมือนกัน

2. อลาสกา ไวด์ บลูเบอร์รี่ (Alaska Wild Blueberry)
"บลูเบอร์รี่ป่า" จากอลาสกา มีสารต้านอนุมูลอิสระสูงมาก จึงช่วยชะลอความชรา ปกป้องอาการความจำเสื่อม ควบคุมเซลล์ประสาทสั่งการให้ทำงานเป็นปกติ แถมยังช่วงลดความดันโลหิตและยังมีแคลอรีต่ำด้วย

ทานแค่ไหนดี : เลือกทานผลไม้ตระกูลเบอร์รี่ให้หลากหลายชนิดรวมทั้งบลูเบอร์รี่ป่าด้วย สักวันละครึ่งถ้วยหรือหนึ่งถ้วยก็พอแล้ว

3. ข้าวโอ๊ต
ช่วยลดคอเลสเตอรอลได้ และในข้าวโอ๊ตยังเต็มไปด้วยไฟเบอร์ ทั้งที่ละลายน้ำได้ และละลายน้ำไม่ได้ ซึ่งไฟเบอร์เหล่านี้จะช่วยควบคุมน้ำหนักได้ดีเลยล่ะ เพราะฉะนั้น อย่าลืมเลือกทานข้าวโอ๊ตเป็นอาหารเช้านะจ๊ะ

ทานแค่ไหนดี : พยายามทานข้าวโอ๊ตให้ได้ทุกวัน หรือจะเลือกพวกโฮลเกรนแทนก็ได้ แต่ละวันเราควรรับประทานไฟเบอร์ให้ได้ 25-30 กรัม ซึ่งนั่นเท่ากับปริมาณของไฟเบอร์โดยเฉลี่ยที่หาได้จากข้าวโอ๊ตบดเลยนะ

4. บร็อคโคลี่

ช่วยไม่ให้เป็นมะเร็งเต้านมได้ นอกจากนั้นแล้ว ยังอุดมไปด้วยวิตามินซี และวิตามินเอ แถมยังช่วยให้คุณอิ่มท้องเร็ว โดยได้รับพลังงานเพียงแค่ 30 แคลอรีเท่านั้น นี่ยังไม่รวมถึงคุณจะได้รับไฟเบอร์ โฟเลต แคลเซียม ธาตุเหล็ก และโปแตสเซียม เป็นโบนัสอีกนะ

ทานแค่ไหนดี : อย่าลืมเลือกบร็อคโคลี่อยู่ในมื้ออาหารของคุณสัก 2 ถ้วย หรือมากกว่านั้นต่อสัปดาห์

5. วอลนัท
มีทั้ง โปรตีน ไฟเบอร์ วิตามิน แร่ธาตุ และโอเมก้า-3 ช่วยให้ระดับคอเลสเตอรอลลดลง นอนหลับได้ดีขึ้น จัดการความเครียดได้ง่ายขึ้น ช่วยปกป้องโรคหัวใจ โรคมะเร็ง และอีกสารพัดประโยชน์

ทานแค่ไหนดี :
ทานวอลนัทสักวันละ 1 ออนซ์ หรือประมาณ 28 กรัม ทุกวัน

6. อะโวคาโด
กรดไขมันในอะโวคาโดนั้นดีต่อหัวใจ แถมยังช่วยลดพุงน้อยๆ ด้วย นอกจากนั้น ยังมีโปแตสเซียม แมกนีเซียม โฟเลต โปรมีน วิตามินบี 6 และวิตามินเค แถมยังมีไฟเบอร์ และช่วยลดระดับคอเลสเตอรอลได้อีก

ทานแค่ไหนดี : เลือกทานวันละ 1 ใน 4 หรือครึ่งผลก็พอแล้ว

7.ถั่วแดง
เต็มไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ มีโปรตีน โฟเลต แร่ธาตุ และไฟเบอร์รวมทั้งแป้งที่ย่อยเป็นน้ำตาลได้ยาก ทั้งช่วยเพิ่มความสามารถในการเผาผลาญไขมันในร่างกาย ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ทำให้ท้องอิ่มเร็ว และลดความเสี่ยงในการเกิดมะเร็งได้อีกต่างหาก

ทานแค่ไหนดี : ทานถั่วแดงต้มสัปดาห์ละ 3 ถ้วย

8. กรีกโยเกิร์ต ไร้ไขมัน
กรีกโยเกิร์ตเต็มไปด้วยแคลเซียมซึ่งดีต่อกระดูกและฟัน มีโปรตีนมากกว่าโยเกิร์ตทั่วไป 2 เท่า จะช่วยปกป้องสุขภาพของคุณสาว ๆ ได้เป็นอย่างดี

ทานแค่ไหนดี : ทานให้ได้อย่างน้อย 3 หน่วยบริโภคทุกวัน ( 1 ถ้วยแบ่งทานได้ 3 ครั้ง)

9. น้ำมันมะกอก
ดีต่อสุขภาพอย่างสุดๆ โดยเฉพาะต่อหัวใจ และสมอง ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดโรคอัลไซเมอร์ ช่วยบำรุงสมอง จัดระบบระเบียบความคิด และยังสามารถช่วยปกป้องคุณสาว ๆ จากมะเร็งเต้านมได้

ทานแค่ไหนดี : วันละ 2 ช้อนโต๊ะ เพียงเท่านี้ก็ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจได้แล้ว

10. ดาร์ก ช็อกโกแลต
ต้องเป็น "ดาร์ก ช็อกโกแลต" ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยโกโก้เท่านั้น ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดโรคหัวใจ และสโตรก แถมยังช่วยทำให้ผิวมีน้ำมีนวลมากขึ้น ช่วยลดความดันโลหิต ช่วยให้สมองเฉียบแหลมขึ้นอีกต่างหาก แถมยังช่วยให้อารมณ์ดีขึ้นด้วย

ทานแค่ไหนดี : แนะนำว่าให้ทานสักวันละ 1 ส่วน 4 ออนซ์ก็พอ แต่ต้องแน่ใจด้วยนะว่าช็อกโกแลตที่คุณเลือกน่ะ มีส่วนผสมของ โกโก้ อย่างน้อย 70%

ขอขอบคุณข้อมูลวิธีลดความอ้วนจาก woman's
 

 userfiles/profile-picture/279ac6b7-125a-4693-8108-b4e1e4c1ff4c/2.jpg

Post : 2012-11-14 16:31:30.0     Forum: เรื่องแจ้งให้ทราบ  >  แจ้งให้ทราบเกี่ยวกับการตามสินค้า

เรียนคุณลูกค้าที่น่ารักทุกท่านทราบนะคะ Tracking Code เพื่อเช็คสถานะการขนส่ง เราขึ้นให้ทุกวันช่วงเย็นๆ ที่มีการจัดส่งที่ เว็ปไซด์ www.beautymaniabr.com และทาง SMS ค่ะ ยังไงถ้าไม่ได้ของภายใน 1-2 วันทำการไปรษณีย์ หลังจากที่แจ้ง Code แล้ว ให้เข้าเช็คด้วย อย่าปล่อยให้ล่วงเลยไป 7-8 วันแล้วค่อยตาม เพราะนอกจากจะได้ของช้าแล้ว หากเกิน 14 วันทางไปรษณีย์ จะตีกลับ คราวนี้ต้องเสียค่าจัดส่งมาใหม่อีกครั้ง ยังไงแล้ว คอยเช็ค สถานะการจัดส่งเรื่อยๆนะคะ ... ขอบคุณค่ะ

PS. ทางร้านแจ้งเวลาที่ของถึงแน่นอนไม่ได้นะคะ ขึ้นอยู่กับการทำงานของ ปณ ในพื้นที่นั้นๆ และเมื่อของถูกส่งออกไปจากทางร้านแล้ว เราจะสามารถทราบสถานะการจัดส่งได้เท่ากัน คือ เช็คทาง internet หรือ โทรสอบถาม 1545 โดยตรงได้ค่ะ

 userfiles/profile-picture/279ac6b7-125a-4693-8108-b4e1e4c1ff4c/2.jpg

Post : 2012-10-23 12:44:05.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ดีท็อกซ์ ลำไส้ ง่ายๆ ด้วยตัวคุณเอง

"ดีท็อกซ์" สาวๆ คงได้ยินคำนี้มาค่อนข้างบ่อย และบางคนก็คงได้เคยทำไปบ้างแล้ว ซึ่งการดีท็อกซ์นั้นมีอยู่หลากหลายวิธีเลยทีเดียว แต่วันนี้แอดมินมีวิธีง่ายๆ มาฝาก ซึ่งรับรองได้ว่า ไม่ได้เสียเงินไปมากกว่าวิธีอื่นเลย แถมยังง่ายมากๆ เพราะเรามีผู้ช่วยขั้นเทพในการทำดีท็อกซ์ลำไส้ นั่นก็คือ "เวจจี้ ไฟเบอร์ ไดเอ็ท"

เวจจี้ ไฟเบอร์ ไดเอ็ท ไม่ได้มีสรรพคุณแค่ทำดีท็อกซ์ เท่านั้นนะคะ แต่จะช่วยอะไรบ้าง ตามอ่านด้านล่างได้เลยคะ

เวจจี้ ไฟเบอร์ ไดเอ็ท มีส่วนช่วยลดอาการดังต่อไปนี้
-ถ่ายยาก ถ่ายแข็ง ถ่ายไม่ออก ท้องผูกเรื้อรัง
-เหนื่อยง่าย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร นอนไม่หลับจากอาการท้องอืด
-ภูมิแพ้ หอบหืดและเป็นลมพิษ จากสารพิษในร่างกาย
-ปวดศรีษะ คลื่นเหียน อาเจียนและมีไข้ต่ำจากท้องผูก
-ผื่นหรือผดขึ้นตามตัวและใบหน้า
-ลดไขมันส่วนเกิน

คุณสมบัติของเวจจี้ เส้นใยอาหารที่เป็นธรรมชาติจากผักบุ้ง
ผักบุ้งเป็นเส้นใยอาหารชนิดหยาบ ไม่มีแคลอรี่ ไม่ละลายน้ำ แต่ดูดซับน้ำได้เหมือนเซลลูโลส สามารถพองตัว คล้ายฟองน้ำ ทำให้เพิ่มปริมาณของกากอาหารได้มากขึ้น จึงสามารถทำหน้าที่เหมือนไม้กวาดพื้น เพื่อขับล้าง หรือดูดซับไขมันและสารพิษออกจากร่างกาย อีกทั้งยังช่วยให้การเคลื่อนตัวของลำไส้ได้มากขึ้น ซึ่งคุณสมบัติ เหล่านี้พบได้ในFIBERของผักบุ้งที่นำมาผลิตเป็น เวจจี้ ผักบุ้งแคปซูล

ดังนั้นการรับประทานผักบุ้งแคปซูลอย่างต่อเนื่อง จะเป็นวิธีหนึ่งที่ช่วยกำจัดของเสียออกจากร่างกาย โดยไม่มีผลข้างเคียง

ขนาดรับประทาน
1).เพิ่มเส้นใยอาหาร สำหรับผู้ทานผักน้อย ครั้งละ 2 แคปซูล วันละ 1 ครั้ง (ก่อนอาหารเช้าหรือก่อนนอน)
2).ลดอาการท้องผูก ครั้งละ 3 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง (หลังอาหารเช้า - เย็น)
3).ลดน้ำหนักส่วนเกิน ครั้งละ 3-4 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง (ก่อนอาหารเช้า-เย็น) และรับประทานผักและผลไม้ควบคู่กับการออกกำลังกาย
4).ขจัดสารพิษในลำไส้ ครั้งละ 4-5 แคปซูล วันละ 2 ครั้ง (หลังอาหารเช้า-เย็น) อย่างต่อเนื่อง 7-10 วัน

*การได้รับสารอาหารต่างๆนั้น ควรได้รับจากการบริโภคอาหารหลัก ที่หลากหลายชนิดครบทั้ง 5หมู่และเป็นสัดส่วนที่พอเหมาะ*

เพื่อประสิทธิภาพที่ดีนั้นควรมีการดื่มน้ำตามในปริมาณที่เพียงพอ ดื่มน้ำตามครั้งละ 1-2 แก้ว และหลังจากนั้นพยายามดื่มน้ำตามบ่อยๆเพื่อเสริมประสิทธิภาพ

กระปุก หนึ่ง บรรจุ 100 แคปซูล ราคาเพียง 190 บ.ค่ะ

 userfiles/profile-picture/279ac6b7-125a-4693-8108-b4e1e4c1ff4c/2.jpg

Post : 2012-10-22 11:19:26.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ฟันสวย ขาว สดใส อย่างเป็นธรรมชาติ

ฟันสวย ขาว สดใส อย่างเป็นธรรมชาติ

 

“ยิ้มสยาม” คงปฏิเสธกันไม่ได้ใช่มั้ยคะ ว่าเอกลักษณ์ของคนไทยที่ทำให้ชาวต่างชาติต่างหลงใหล ก็คือรอยยิ้มของคนไทยนั่นเอง แต่หากเรามีสีฟันที่ไม่พึงประสงค์ นั่นอาจจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เรายิ้มอย่างขาดความมั่นใจไปได้

วันนี้แอดมินมีวิธีทำให้ฟันขาวสดใสแบบง่ายๆ โดยไม่ต้องจ่ายแพงๆ มาฝากค่ะ

เริ่มต้นด้วยการรักษาสุขภาพในช่องปาก
สิ่งที่สำคัญที่สุดในการที่เราจะมีฟันขาว สดใสและมีสุขภาพฟันที่ดี ควรแปรงฟันดัวยยาสีฟันที่ผสมฟลูออไรด์ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง และใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดบริเวณซอกฟันเพื่อลดคราบแบคทีเรียที่มองไม่เห็น ส่วนน้ำยาบ้วนปากไม่จำเป็นเสมอไปค่ะ ที่สำคัญควรไปพบทันตแพทย์ตามนัดทุกครั้งนะคะ เพื่อขูดคราบหินปูนซึ่งก็จะเป็นอีกทางที่ช่วยให้ฟันขาวขึ้นได้

ใช้ยาสีฟันที่ช่วยให้ฟันขาว (ยาสีฟันแบบไวท์เทนนิ่ง)
ยาสีฟันเหล่านี้จะทำงานโดยไปขจัดคราบที่เกาะฟัน และทำให้ฟันดูขาวตามสีฟันธรรมชาติของคุณ

ผลิตภัณฑ์แนะนำของที่ร้านนะคะ ขนาด 100 มล.ราคาเพียง 110 บ.ค่ะ

You are what you eat
อะไรที่ควรกิน/ดื่ม

ควรกินผักผลไม้สด เช่น แอปเปิ้ล เซเลอรี่ แครอท ผักที่มีความกรุบกรอบ เช่น บรอคโคลี่ แตงกวา ผลมันฝรั่งหวานดิบ อาหารเหล่านี้จะช่วยทำให้ฟันดูขาวขึ้นตามธรรมชาติ ช่วยลดคราบสีที่เกาะฟัน สตรอเบอร์รี่และส้มก็จะช่วยฟอกสีฟัน เพราะผลไม้ทั้งสองชนิดนี้มีคุณสมบัติเป็นกรดอ่อนๆ และอย่าลืมใช้ไหมขัดฟันทำความสะอาดซอกฟันหลังทานผักผลไม้เหล่านี้ด้วยนะคะ

อะไรที่ไม่ควรกิน/ดื่ม
หลีกเลี่ยงการกินหรือดื่มอะไรที่มีสารแทนนินเป็นองค์ประกอบ เช่น ชา กาแฟ ไวน์แดง น้ำอัดลม ซึ่งทำลายสารเคลือบฟันและทำให้สีฟันเข้มขึ้น หรือถ้าอยากจะดื่มจริงๆ เราก็แนะนำให้ดื่มผ่านหลอดดูดจะดีกว่า เพื่อลดโอกาสในการสัมผัสกับฟันของคุณ หลีกเลี่ยงการสูบบุหรี่และยาสูบทั้งหลาย เพราะนั่นคือสาเหตุหลักที่ทำให้ฟันของคุณเหลืองขึ้นและยังส่งผลร้ายต่อสุขภาพของคุณอีกด้วย

สูตรสารช่วยให้ฟันขาวแบบทำเองที่บ้าน
อย่าเอามาใช้บ่อยเกินไปหรือใช้เป็นประจำนะคะ
•ผสมเบกกิ้งโซดา น้ำเลมอน และเกลือเล็กน้อย แล้วเอามาขัดฟันแทนยาสีฟัน (ระวังอย่าใส่น้ำเลมอนมากไปเพราะมันอาจไปทำลายสารเคลือบฟันของคุณ) สูตรนี้จะช่วยกำจัดสารสีที่มาเกาะที่ฟันของคุณ ทำให้ฟันของคุณดูขาวขึ้นได้ แต่ให้ใช้ไม่ต้องเยอะและใช้นานๆทีก็พอนะคะ
•สตรอเบอร์รี่ : เอาสตรอเบอร์รี่มาบี้ด้วยช้อนส้อม และเอามาขัดฟันของคุณ มันจะช่วยขัดฟันและทำให้ฟันดูขาวสดใสขึ้น จำไว้ว่าหลังจากขัดฟันด้วยสตรอเบอร์รี่แล้ว ให้คุณแปรงฟันเพื่อกำจัดน้ำตาลและกรดที่ตกค้างที่ฟันออกไปด้วยค่ะ
•น้ำยาบ้วนปากจากน้ำส้มแอปเปิ้ลไซเดอร์ : คุณอาจเอามาใช้เพื่อล้างปาก กลั้วปาก หรืออาจเอามาผสมกับเบกกิ้งโซดาเพื่อเอามาใช้แปรงฟันก็ได้ค่ะ

เพียงคุณทำตามตั้งแต่ต้นจนจบ แอดมินรับรองได้ว่าคุณจะมีฟันทีขาว สดใส อย่างเป็นธรรมชาติ แถมสบายกระเป๋า เพราะไม่ต้องไปใช้บริการแพงๆ ตามศูนย์ทันตกรรมชั้นนำค่ะ

 

 userfiles/profile-picture/279ac6b7-125a-4693-8108-b4e1e4c1ff4c/2.jpg

Post : 2012-10-21 16:15:12.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  หน้าขาว เนียน ใส ภายใน 1 เดือน

หน้าขาว เนียน ใส ภายใน 1 เดือน

หน้าขาว ใส เนียน ภายใน 1 เดือน ด้วยผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ รับรองว่านอกจากจะไม่เปลืองเงินแล้ว ยังเห็นผลภายใน 1 เดือนอีกต่างหาก อยากรู้กันแล้วใช่มั้ยคะ ว่าในแต่ละวัน สาวๆ ควรจะทำอะไรบ้าง

1.ในวันแรกเลย เราควรเริ่มต้นจากการทำความสะอาดผิวหน้าให้สะอาดหมดจด ด้วยการใช้น้ำอุ่นทำความสะอาดรูขุมขน โดยต้มน้ำให้เดือนแล้วอังหน้าเหนือผิวน้ำ ความร้อนจะเปิดรูขุมขน และเข้าไปทำความสะอาดได้อย่างลึกซึ้ง (การทำความสะอาดหน้าด้วยไอน้ำ ควรทำทุกๆ 7 วัน เพื่อลดการอุดตันของรูชุมชนและลดการเกิดสิว)จากนั้นให้พอกหน้าด้วยโยเกิร์ตรสธรรมชาติ ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก

2.ในรอบ 1 สัปดาห์ ให้พอกหน้าด้วย มะขามเปียก+น้ำผึ้ง+นมสด ผสมส่วนผสมให้เข้ากันแล้วพอกหน้าทิ้งไว้ 15 นาที แล้วล้างออก

3.เมื่อกลับถึงบ้าน แนะนำให้ล้างหน้าทันที อย่ารอล้างทีเดียวพร้อมตอนอาบน้ำ เพราะการทำอย่างนั้นจะทำให้เกิดการอุดตันของเครื่องสำอางบนใบหน้าอย่างมาก และเป็นสาเหตุของการเกิดสิว

4.ก่อนเข้านอนทุกคืน ให้ใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์สกัดเย็นทาบนใบหน้า 30 นาที แล้วล้างออกให้สะอาดก่อนทาครีม สรรพคุณของน้ำมันมะพร้าวจะช่วยทำให้หน้าเนียนใสได้อย่างไม่น่าเชื่อ

5.เคล็ดลับสุดท้าย คือ การออกกำลังกาย ควรออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 3 ครั้งครั้งละ 30 นาที เพื่อเป็นการขับเหงื่อและชะล้างสิ่งอุดตันตามรูขุมขน และยังช่วยให้เราหลับได้สนิท ลดปัญหาการเกิดสิวด้วยค่ะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น อย่าลืมทาครีมป้องกันแสงแดดด้วยนะคะ เพราะหากเราลืม แทนที่หน้าจะขาวใส อาจจะกลายเป็นคล้ำเสียได้ง่ายขึ้นเลยค่ะ หากทำได้ทั้ง 5 วิธีนี้แล้ว รับรองได้ว่า สาวๆ จะผิว ขาว ใส ขึ้นได้ใน 1 เดือนอย่างแน่นอน

 userfiles/profile-picture/279ac6b7-125a-4693-8108-b4e1e4c1ff4c/2.jpg

Post : 2012-10-18 16:03:01.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  เรื่องกล้วยๆ ช่วยให้ผิวใสอ่อนวัย

เรื่องกล้วยๆ ช่วยให้ผิวสวยอ่อนวัย

 

ดูเหมือนคำพูดที่ว่า "Eat an Apple a Day, Keep the Doctor Away" หรือ "กินแอปเปิ้ลวันละผล ห่างไกลหมอ" จะเป็นคำพูดที่เชยไปแล้ว เพราะในตอนนี้ ผลไม้สีเหลืองอย่างกล้วยกำลังมาแรงแซงทางโค้ง แอปเปิ้ลไปแบบไม่เห็นฝุ่น เพราะกล้วยอุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินดีๆ ที่จำเป็นต่อร่างกาย และยังมีผลการวิจัยออกมาว่า กินกล้วยแค่ 3 เวลาหลังอาหารยังช่วยลดโอกาสเส้นเลือดในสมองแตก ภัยร้ายที่คุกคามชีวิตคนในยุคปัจจุบันไปได้ถึง 21% แถมยังช่วยลดปัจจัยเสี่ยงของโรคโลหิตจาง ความดันโลหิตสูง โรคลำไส้เป็นแผล ลดอาการเครียด ต้านอาการซึมเศร้าได้เป็นอย่างดี

นอกจากรับประทานกันเพื่อให้สุขภาพดีห่างไกลโรค เรายังมีสูตรเพื่อผิวใสอ่อนกว่าวัยง่ายๆ ที่ทำได้ที่บ้านมาบอกด้วย เพียงนำกล้วยน้ำว้าสุก 1 ผลปั่นรวมกับน้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ จนเป็นเนื้อครีม จากนั้นนำมาทาให้ทั่วผิวหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที จึงล้างออกด้วยน้ำอุ่น ทำอย่างนี้เป็นประจำจะช่วยให้ผิวหน้านุ่มเนียน แลดูอ่อนกว่าวัยอย่างเป็นธรรมชาติ ส่วนใครที่มีตุ่มยุงกัดแล้วอยากให้หายไปในพริบตา น้ำเปลือกกล้วยหอมมาทาถูๆ ก็จะช่วยลดอาการบวม อาการคันคะเยอที่เกิดขึ้นได้ แค่นี้เส้นทางสู่ผิวสวยก็เป็นเรื่องกล้วยๆ ไปแล้ว

 userfiles/profile-picture/279ac6b7-125a-4693-8108-b4e1e4c1ff4c/2.jpg

Post : 2012-10-17 16:11:45.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  Bronzer สำหรับสาวที่หลงใหลผิวสีแทน

Bronzer สำหรับสาว ที่หลงใหลผิวสีแทน

 

Bronzer ผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยแต่งแต้มใบหน้าให้สำหรับสาวๆ ที่หลงใหลผิวสีแทน

อีกไม่กี่วันก็จะเข้าหน้าหนาวแล้ว สาวๆ หลายคนคงจะมีปัญหาใบหน้าขาวซีด และดูไม่โดดเด่น วันนี้เรามีเทรนด์แต่งหน้าที่จะเผยผิวสีแทนให้ดูสวย แลดูสุขภาพดี ด้วยเทคนิคการใช้ Bronzer
เห็นสาวๆ ถามกันเข้ามาค่อนข้างเยอะค่ะว่า Bronzer คืออะไร และใช้อย่างไร งั้นเรามาทำความรู้จักกับ Bronzer กันก่อนเลยค่ะ

Bronzer มีด้วยกันหลายประเภท ทั้งแบบ แป้ง ครีม เจล และเนื้อมูส

ส่วนเนื้อของ Bronzer ก็มีหลายแบบเหมือนกันค่ะ ทั้ง เนื้อแมท กึ่งแมท ชิมเมอร์ และ กลิทเทอร์

เมื่อเรารู้จักกับประเภทของ Bronzer แล้ว ต่อไปก็ต้องเลือก Bronzer ให้เข้าสภาพผิวของเราด้วยค่ะ
•หากสาวท่านใดที่มีรูขุมขนกว้าง ก็ควรเลือก Bronzer แบบแป้งหรือเจล ส่วนใครที่ผิวแห้งก็ควรใช้แบบครีมหรือเนื้อมูส
•ต่อมาก็มาเลือกลักษณะของเนื้อ Bronzer ค่ะ สำหรับสาวผิวมัน ควรจะเลือกใช้เนื้อแมทหรือค่อนข้างแมท ส่วนสาวผิวแห้ง ควรเลือกใช้แบบเนื้อชิมเมอร์

หลังจากเลือกประเภท และลักษณะของเนื้อ Bronzer แล้ว คราวนี้ก็มาถึงการเลือกเฉดสี ค่ะ จำไว้ว่าจะต้องไม่ให้เฉดสีของ Bronzer เข้มกว่าสีผิวจริงเกิน 2 เฉดสีนะคะ
•สำหรับคนผิวขาว ควรเลือก Bronzer ที่มีสีพีช หรือ Bronzer สีโทนสว่าง
•สาวสีผิวผสม ควรเลือก Bronzer ที่มีสีทอง
•ส่วนสาวผิวคล้ำควรเลือกเฉดสีของ Bronzer เป็นสีเข้ม

มาถึงเทคนิคการปัด Bronzer กันบ้างนะคะ
การปัด Bronzer ก็ไม่มีอะไรยากค่ะ แค่ปัดให้ผิวหน้ายังเป็นธรรมชาติ โดยจะเน้น บริเวณหน้าผาก จมูก โหนกแก้มส่วนบน ไรผม และคาง ค่ะ บางตำราก็จะให้ปัดในรูปแบบของเลข 3 แต่ต้องระวังอย่าปัดมากไป เพราะหน้าของคุณอาจจะเหมือนคนเกรียมแดดได้

และถ้าหากวันไหนคุณต้องการจะใส่เสื้อผ้าที่โชว์ไหล่และลำคอ ก็ปัด Bronzer ตรงหัวไหล่และลำคอเพียงเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความเซ็กซี่ได้ค่ะ

เท่านี้สาวๆ ก็จะได้อวดผิวสีแทนรับหน้าหนาวกันเลยจร้า....

guest

Post : 2012-09-13 12:47:02.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  การเลือกเครื่องสำอางนั้นไม่อยากทำไงมาดู

การเลือกเครื่องสำอางนั้นไม่อยากทำไงมาดูกัน

 

       เดี๋ยวนี้เครื่องสำอางมีขายมากมายหลายที่หลายยี่ห้อให้คุณได้เลือกซื้อเลือกใช้ แต่ก็ต้องเลือกให้ดีๆก่อนที่จะตัดสินใจซื้อนะคะ เพราะของเถื่อนนั้นก็มีมากมายยิ่งถ้าซื้อตามตลาดนัดด้วยแล้วต้องระวังให้ดีเลยจ้า มาดูเทคนิคในการเลือกซื้อง่ายๆ 4 ของด้วยกัน


1. ต้องดูก่อนเลยนะจ๊ะว่ามี อย.หรือเลขที่จดแจ้ง หรือเปล่า ถ้าไม่มี อย. อย่าซื้อเด็ดขาดเลยนะเพราะจะเป็นอันตรายต่อผิวของเราได้ เพราะสินค้าพวกนี้อาจมีสารเคมีที่อาจเป็นอันตรายผสมอยู่ได้ ไม่ว่าจะถูกแค่ไหนก็ดูดีๆนะอย่าคิดแค่ถูกนะคะ

2. เมื่อตรวจสอบแล้วมี อย.และเลขที่จดแจ้งเรียบร้อยแล้ว ก็มาดูเรื่อง วันเดือนปีที่ผลิตกันต่อค่ะ โดยทั่วไปแล้วเครื่องสำอางมีอายุหลังการผลิตประมาณ 3-5 ปี ก่อนซื้อคิดให้ดีว่าเราจะใช้หมดภายในเวลาไหม วิธีสังเกตเครื่องสำอางหมดอายุ ดูได้จากสีและกลิ่นที่เปลี่ยนไป เนื้อ เครื่องสำอางไม่เหมือนเดิมจากที่เราเคยใช้

3. เมื่อซื้อมาแล้วอย่าลืมที่จะอ่านฉลากวิธีใช้ก่อน เพราะสินค้าแต่ละตัวการใช้งานต่างที่กันถ้าใช้ผิดที่ไม่ดีแน่ และปริมาณที่ต้องใช้ด้วยว่าจำกัดหรือเปล่าว่าน้อยหรือมาก บ่อยได้แค่ไหนต่อวัน

4. อย่าลืมที่จะทำการทดสอบเครื่องสำอางก่อนที่จะซื้อนะคะ สินค้าไม่ว่าจะถูกหรือแพงเราก็อาจแพ้ได้เหมือนกัน วิธีทดสอบก็ไม่อยากค่ะให้ลองทา ลงบริเวณท้องแขน หลังหู หรือผิวเนื้ออ่อนๆ ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาที ถ้ามีอาการผิดปกติ เช่น คัน เกิดรอยแดง ผื่นขึ้น บวม ระคายเคือง หรือแสบร้อน ก็ควรหลีกเลี่ยงทันทีเพราะเราอาจจะแพ้ได้

รู้วิธีเลือกซื้อเครื่องสำอางแล้ว ต่อไปก็ชอปปิ้งกันเลยค่ะ หากท่านใดอยู่ที่บุรีรัมย์ หรือจังหวัดใกล้เคียง ก็แวะมาซื้อและเลือกดูเอง ที่ร้านบิวตี้ มาเนีย ได้เลยค่ะ

 

 

guest

Post : 2012-09-10 11:51:41.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >   วันนี้เรามาดูวิธีการแต่งหน้าปิดรอยกันค่ะ

 วันนี้เรามาดูวิธีการแต่งหน้าปิดรอยกันค่ะ

      ผู้หญิงเราหน้านั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญมากเลยนะค่ะ เพราะเป็นสิ่งแรกที่คนจะมองเพราะอย่างนี้เราจึงต้องมีการดูแลผิวหน้าของเราให้ดูดีหน่อยนะค่ะอาจจะมีการแต่งหน้าให้ดูดีแต่งให้ ดูหน้าเด็กและเนียนได้มาเริ่มกันค่ะ


      สำหรับคนที่มีสิวและรอยแผลเป็นนนะค่ะต้องจะเริ่มกันก็ต้องเลือกใช้ผลิตภัฑณ์ที่ดูดีก่อน ขั้นแรกเลยนะค่ะ เริ่มจากการใช้คอนซีลเลอร์ที่มีเฉดเดียวกันกับผิวของเรา หรือที่อ่อนกว่าเล็กน้อย ทาตรงที่ต้องการปกปิด จากนั้นเราก็ใช้ปลายนิ้วกดซับเบา ๆ จนซึมเข้าเนียนสนิทกับผิวดี แล้วจึงลงผลิตภัณฑ์รองพื้น และทำอย่างเบามือเพื่อไม่ให้คอนซีลเลอร์ที่ลงไว้ก่อนหน้าหลุดหายไป เราอาจจะอาจใช้ฟองน้ำเนื้อนุ่มในการช่วยได้เมื่อเรียบร้อยแล้วให้ใช้แปรงแตะแป้งฝุ่นปัดให้ทั่วใบหน้า เพื่อเป็นการช่วยให้รองพื้นที่ทาลงไปเซ็ตตัว หลังจากนั้นก็แต่งหน้าตามปกติ


        อันนี้สำหรับสาวๆที่มีปัญหาเรื่องรอยคล้ำที่ใต้ดวงตามาฝากกันค่ะ อันนี้สำหรับสาวๆที่พักผ่อนไม่ค่อยจะพอถึงทำให้มีรอยคล้ำที่ใต้ดวงตา อันนี้บางคนก็อาจเกิดจากกรรมพันธุ์หรือโรคประจำตัวก็ได้ แต่ก็สามารถแก้ไขได้ง่าย ๆ ด้วยวิธีการเดียวกับการปกปิดสิวและรอยแผล อย่างไรก็ตามมีผลิตภัณฑ์ในการปรับสีผิวที่ออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาในจุดนี้โดยเฉพาะ อย่างคอลซีลเลอร์สีเหลืองชนิดแท่งสามารถใช้พรางรอยคล้ำใต้ดวงตา ส่วนเบสสีเขียวก็สามารถแก้ปัญหาเรื่องรอยแดงบนใบหน้าได้เป็นอย่างดี

 

guest

Post : 2012-09-06 10:47:29.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >   สำหรับสาวมือใหม่เริ่มแต่งหน้า

 สำหรับสาวมือใหม่เริ่มแต่งหน้า

 

       สำหรับสาวๆสมัยนี้ที่อยากแต่งหน้าแต่ไม่รู้จะเริ่มอย่างไรต้องมีอุปกรณ์อะไรบ้างวันนี้เรามีจะมาแนะนำค่ะว่าสาวๆต้องเตรียมอะไรไว้บ้างในการแต่งหน้ามาดูกันเลยค่ะ

อันดับแรกคือ พัฟตบแป้ง

พัฟตบแป้งนั้นไว้ใช้สำหรับแต้มแป้งฝุ่นแล้วนำมาซับบนใบหน้าของเรา

อันดับที่สองคือ ฟองน้ำสำหรับ เกลี่ยรองพื้น

ไว้สำหรับต้องการรองพื้นแบบเบาบาง ให้ใช้ฟองน้ำเกลี่ยให้เข้ากันถ้าใช้ ฟองน้ำเกลี่ยรองพื้นบนใบหน้า จะทำให้หน้าดูเนียนเรียบกว่า แถมไม่เปลืองรองพื้นอีกด้วย เพราะฟองน้ำจะไม่ซับเนื้อรองพื้นเหมือนพัฟอันนี้ต้องมีจ้า

อันดับที่สาม พู่กัน คอนซีลเลอร์

อันนี้ใช้สำหรับแต้มริ้วรอยที่ต้องการปิดในใบหน้า เพียงแค่แค้แต้มไปบริเวณที่ต้องการปกปิดเล็กน้ายจ้าไม่ต้องแต้มเยอะ

อันดับที่สี่ พู่กัน ฟองน้ำ

อันนี้มีไว้สำหรับเกลี่ยอายแชโดว์ บนเปลือกตา เพื่อให้เรียบเนียนเปลือกตาดูสวย

อันดับที่ห้าคือพู่กัน อายไลเนอร์

อันนี้มีไว้สำหรับการลงสีอายไลเนอร์ทั้งขอบตาบนและขอบตาล่าง ถ้าจะสะดวกก็ใช้แบบปากกา ที่ทำให้เขียนง่าย

อันดับที่หก ที่ดัด ขนตา 

มีไว้สำหรับ ตัดขนตาสำหรับผู้ที่ไม่นิยมใสขนตาปลอม

อันดับที่เจ็ด  แปรงปัดขนคิ้ว และขนตา

อันนี้ไว้สำหรับปัดเพื่อไม่ให้ขนมาสคาราจับตัวเป็นก้อน ทำให้ปัดขนคิ้ว ดูเป็นระเบียบมากขึ้น

**** อันนี้สำหรับ สาวๆที่หัดแต่งหน้านะจ๊ะพกอุปกรณ์พวกนี้ไว้รับรองสวยแน่นอน****

guest
สุภาลักษณ์
- Guest -

Post : 2012-07-13 13:34:56.0     Forum: พูดคุย  >  โลชั่นมะหาด

โลชั่นมะหาดของทางร้านมี อย. รึเปล่าคะ แล้วมีคนเคยแพ้บ้างรึเปล่าค่ะ พอดีเป็นคนที่ผิวค่อนข้างแพ้ง่ายคะ

ขอบคุณคะ

guest
pim
- Guest -

Post : 2012-07-07 16:53:33.0     Forum: พูดคุย  >  ZA SKIN BEAUTY FACE POWDER

สอบถามว่า ZA SKIN BEAUTY FACE POWDER สำหรับคนผิวขาวเหลือง ใช้สีอะไรค่ะ หลังจากโอนแล้วกี่วันได้ค่ะ

 userfiles/profile-picture/279ac6b7-125a-4693-8108-b4e1e4c1ff4c/2.jpg

Post : 2012-06-13 11:25:26.0     Forum: บทความน่าสนใจ  >  ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว

 

ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าว

 

o   น้ำมันมะพร้าวช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

หากร่างกายขาดแคลเซี่ยมและแม็กเนเซี่ยม จะทำให้กระดูกไม่แข็งแรง เกิดอาการกระดูกเปราะ แตกหักง่าย การรับประทานน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำช่วยให้ร่างกายสามารถดูดซับแคลเซี่ยมและแม็กเนเซี่ยม จึงเป็นหนทางหนึ่งที่ช่วยเสริมสร้างกระดูกให้แข็งแรง

 

o   น้ำมันมะพร้าวเป็นประโยชน์กับทารกและตัวอ่อนในครรภ์

เพราะน้ำมันมะพร้าวทำให้ร่างกายดูดซับสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย หากผู้ที่กำลังจะเป็นคุณแม่รับประทานอาหารที่ประกอบด้วยน้ำมันมะพร้าว ทารกจะได้รับสารอาหารที่จำเป็นอย่างพอเพียง นอกจากนั้นในน้ำมันมะพร้าวยังประกอบด้วยกรดลอริค ซึ่งเป็นกรดไขมันที่พบได้ในน้ำนมแม่ การรับประทานน้ำมันมะพร้าวจึงเป็นการกระตุ้นให้น้ำนมแม่อุดมไปด้วยสารอาหาร และกรดลอริคนี่เองที่มีอำนาจในการฆ่าเชื้อโรค ทำให้ทารกแข็งแรงมีภูมิคุ้มกัน

 

o   น้ำมันมะพร้าวมีประโยชน์กับผู้มีปัญหาเรื่องตับ

จากที่กล่าวแล้วว่าคนเราจำเป็นต้องรับประทานไขมัน แต่น้ำมันส่วนมากเป็นกรดไขมันสายยาวจึงย่อยยาก ต้องอาศัยน้ำดีและเอนไซม์จากตับเป็นตัวช่วยย่อย กระบวนการการย่อยไขมันจะเกิดที่ลำไส้ ผู้ที่เป็นเบาหวานตับอ่อนบกพร่อง หรือผู้ที่เคยผ่าตัดเอาถุงน้ำดีออกจะรู้กันดีว่ามีปัญหาเรื่องย่อยไขมัน สำหรับน้ำมันมะพร้าวเป็นไขมันสายปานกลาง ย่อยง่ายสามารถย่อยได้แม้ในกระเพาะอาหาร น้ำมันมะพร้าวจึงมีประโยชน์มากกับผู้มีปัญหาเรื่องตับ

 

o    น้ำมันมะพร้าวถูกใช้เป็นอาหารเสริมกำลังแก่นักกีฬา

ด้วยความที่ย่อยง่าย ร่างกายสามารถนำไปใช้สร้างเป็นพลังงานได้เร็ว น้ำมันมะพร้าวจึงถูกนำไปทำเป็นอาหารบำรุงกำลังแก่นักกีฬาทั้งแบบชงดื่มและแบบแท่ง ทั้งนี้ไม่เป็นการผิดกฏ เนื่องจากการใช้น้ำมันมะพร้าวช่วยเพิ่มพลังงานไม่มีผลตกค้างและผลข้างเคียงแบบการใช้ยาหรือการใช้สารกระตุ้น

 

o    น้ำมันมะพร้าวกับการทำงานของต่อมไทรอยด์

บางขณะการทำงานของต่อมไทรอยด์ติดอยู่ในอัตราที่ต่ำเป็นเวลานาน ซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีในนามของปัญหาไทรอยด์ต่ำ การรับประทานน้ำมันมะพร้าวจะช่วยบู๊สท์พลังงานให้กับต่อมไทรอยด์ เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวให้พลังงานสูง ดูดซับเร็ว จึงสามารถกระตุ้นให้ต่อมไทรอยด์กลับมาทำงานในอัตราปรกติได้

 

o   น้ำมันมะพร้าวช่วยปกป้องคุ้มครองไต

โรคไตเป็นสภาวะแทรกซ้อนของเบาหวาน ไตวายเป็นหนึ่งในสาเหตุหลักที่ทำให้เสียชีวิตของโรคเบาหวาน เมื่อระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้รับการควบคุมเป็นเวลานานปัญหาการไหลเวียนจึงเกิดขึ้น สร้างความเสียหายให้กับเส้นเลือดเล็กๆที่ไต มีหลักฐานว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยป้องกันไตจากความเสียหาย และช่วยให้กลับมาทำงานได้อย่างถูกต้อง ตัวอย่างจากงานศึกษาชิ้นหนึ่ง สภาวะไตวายถูกทำให้มีขึ้นในสัตว์ทดลอง กลุ่มที่ได้รับน้ำมันมะพร้าวมีความเสียหายร้ายแรงเกิดขึ้นกับไตน้อยกว่า และมีอายุอยู่ได้นานกว่า นักวิจัยสรุปว่าน้ำมันมะพร้าวมีผลในการช่วยป้องกันไต ถ้าความเสียหายไม่รุนแรงจนเกินไป น้ำมันมะพร้าวสามารถช่วยให้อาการดีขึ้นได้ แต่ถ้าความเสียหายเกิดขึ้นอย่างถาวร น้ำมันมะพร้าวจะช่วยไม่ให้อาการเลวร้ายลงกว่าเดิม

 

o   น้ำมันมะพร้าวมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อ

น้ำมันมะพร้าวเมื่อแตกตัวเป็นกรดไขมันอิสระจะมีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อโรค การรับประทานน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำจะทำให้เชื้อโรคร้ายต่างๆในร่างกายของเราลดลง ทำให้ไม่ค่อยเจ็บไข้ได้ป่วย การฆ่าเชื้อของน้ำมันมะพร้าวไม่เหมือนกับการฆ่าเชื้อด้วยยาปฎิชีวนะ จึงไม่ทำให้เชื้อเกิดการดื้อยา นอกจากนี้น้ำมันมะพร้าวยังช่วยขับถ่ายพยาธิอีกด้วย

 

o   น้ำมันมะพร้าวกับปัญหาเชื้อรา

เชื้อราในที่นี้มีชื่อว่าเชื้อราแคนดิดา คุณผู้หญิงจะรู้จักมันในรูปแบบของเชื้อราในช่องคลอด บรรดาคุณพ่อคุณแม่จะรู้จักมันในรูปแบบของเชื้อราที่เกิดตามปากและช่องคอของเด็กอ่อน หรือเชื้อราตามผิวหนังที่เกิดภายใต้ความอับชื้นของผ้าอ้อม ปกติเชื้อราแคนดิดาอาศัยอยู่ในลำไส้ของมนุษย์อย่างไม่มีพิษภัย เนื่องจากถูกสารที่เกิดจากแบ็คทีเรียชนิดดีคอยควบคุมไว้ จึงมีจำนวนไม่มากนัก แต่เมื่อเรารับประทานยาบางชนิดโดยเฉพาะ ยาปฏิชีวนะ จำพวกสเตียรอยด์ (คอร์ซิโตน, เอทีซีเอช, เพร็ดนิโซน, และยาคุมกำเนิด) ยาพวกนี้จะฆ่าแบ็คทีเรียในลำไส้ของเราไม่ว่าเป็นชนิดดีหรือชนิดร้าย แต่ไม่ฆ่าเชื้อราแคนดิดา เมื่อไม่มีแบ็คทีเรียคอยควบคุม เชื้อราแคนดิดาจะทวีจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็วและเปลี่ยนรูปแบบโครงสร้างของตัวเองเป็นราหลายเซลฝังตัวลงในลำไส้ ทำให้ลำไส้เป็นแผล เกิดโรคลำไส้อักเสบ น้ำมันมะพร้าวมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อราพวกนี้ และสามารถคืนความสมดุลให้กับลำไส้เมื่อเรารับประทานเป็นประจำ

 

o   น้ำมันมะพร้าวช่วยแก้ปัญหาการอักเสบเรื้อรัง

ท่านที่มีปัญหาไม่สบายเนื้อตัวโดยไม่ทราบสาเหตุ ผิวหนังมีอาการแพ้หรืออักเสบเรื้อรังเป็นรอยด่างดำ มีการอักเสบที่ระบบทางเดินอาหารทำให้ท้องเสียเรื้อรัง การรับประทานน้ำมันมะพร้าวทุกวันสามารถแก้ปัญหานี้ได้ เพราะน้ำมันมะพร้าวจะเข้าไปช่วยสร้างความสมดุลในระบบทางเดินอาหารเช่นในกระเพาะและลำไส้ ช่วยลดจำนวนของแบ็คทีเรียร้าย และทำให้แบ็คทีเรียชนิดดีเพิ่มปริมาณมากขึ้น

 

o   น้ำมันมะพร้าวไม่ทำอันตรายแบ็คทีเรียชนิดดีในลำไส้

ในร่างกายของคนเรา ส่วนมากในลำไส้จะประกอบด้วยแบ็คทีเรียชนิดที่เป็นคุณและเป็นโทษกับร่างกาย แบ็คทีเรียชนิดดีจะคอยควบคุมของปริมาณของแบ็คทีเรียร้ายไม่ให้มีมากเกินไป การรับประทานยาบางชนิดจะไปฆ่าแบ็คทีเรียทั้งชนิดที่เป็นโทษและเป็นคุณกับร่างกาย การรับประทานน้ำมันมะพร้าวจะไม่ฆ่าแบ็คทีเรียชนิดดี เพราะแบ็คทีเรียชนิดดีก็เช่นเดียวกับร่างกายหรือเซลล์ของร่างกาย ที่ชอบแต่อาหารที่ดีมีประโยชน์ ต่างกับแบ็คทีเรียร้ายที่ชอบอาหารพวกคาร์โบไฮเดรท

 

o   น้ำมันมะพร้าวเป็นสารแอนตีออกซิแดนท์

การเสื่อมสภาพหรือการออกซิเดชั่นของไขมันนั้น เกิดขึ้นได้ทั้งภายนอกและภายในร่างกาย การเสื่อมสภาพของไขมันในร่างกายทำให้เกิดโรคร้ายต่างๆมากมาย เช่นทำให้เกิดโรคมะเร็ง เส้นเลือดอุดตันอันนำไปสู่การเป็นโรคความดันโลหิตสูงและโรคหัวใจ การเสื่อมของประสาทตาในโรคเบาหวานเป็นต้น เนื่องจากน้ำมันมะพร้าวสามารถยับยั้งการเสื่อมสภาพของไขมัน ช่วยลดอนุมูลอิสระที่เกิดจากการเสื่อมสภาพของไขมันในร่างกาย น้ำมันมะพร้าวจึงเป็นสารแอนตีออกซิแดนท์

 

o   น้ำมันมะพร้าวช่วยป้องกันการเกิดมะเร็ง โรคหัวใจ และเบาหวาน

ด้วยเหตุที่น้ำมันมะพร้าวช่วยลดอนุมูลอิสระ อันเกิดจากการเสื่อมสภาพหรือการออกซิเดชั่นภายในร่างกาย จึงช่วยลดการเสื่อมของหลอดเลือดหัวใจ ลดการเสื่อมของดวงตาในกรณีของโรคเบาหวาน และลดอนุมูลอิสระที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็ง น้ำมันมะพร้าวจึงทำให้ร่างกายแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยด้วยโรคต่างๆด้วยเหตุนี้

 

o   น้ำมันมะพร้าวทำให้เหงือกแข็งแรง

ปัญหาโรคเหงือก เหงือกช้ำ บวม แดง หรือมีเลือดออกตามไรฟัน สามารถแก้ได้โดยการรับประทานน้ำมันมะพร้าวเป็นประจำ เพราะน้ำมันมะพร้าวทำให้ร่างกายแข็งแรง ทำให้เหงือกแข็งแรง (อาการเกี่ยวกับเหงือกอาจเป็นอาการแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน)

 

o   น้ำมันมะพร้าวกับการทำออยล์พูลลิ่ง

ออยล์พูลลิ่งเป็นการบำบัดด้วยวิธีทางธรรมชาติ โดยการอมและเคลื่อนน้ำมันไปทั่วช่องปากประมาณวันละ 15-20 นาทีจึงบ้วนทิ้งไป ออยล์พูลลิ่งจะดึงแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรคหรือสร้างสารพิษออกจากช่องปาก ทำให้ช่องปากรวมไปถึงร่างกายมีสุขภาพดี น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์บีบเย็นเหมาะจะใช้ทำออยล์พูลลิ่ง เนื่องจากเป็นน้ำมันที่ดีต่อสุขภาพมากกว่าน้ำมันพืชชนิดใด มีความสะอาด และยังมีกลิ่นรสเป็นที่น่าพอใจอีกด้วย

  

o   น้ำมันมะพร้าวกับเอนไซม์

เอนไซม์มีหน้าที่เร่งปฏิกิริยาเคมีในสิ่งมีชีวิต จึงมีความสำคัญกับชีวิตเป็นอย่างมาก หากเอนไซม์หยุดทำงานชืวิตจะดับสิ้นไปอย่างรวดเร็ว ยาพิษที่ชื่อไซยาไนด์มีฤทธิ์หยุดยั้งการทำงานของเอนไซม์ เมื่อเข้าไปสู่ร่างกายจะทำให้เสียชีวิตภายในเวลาไม่กี่วินาทีเพราะไปหยุดยั้งการทำงานของเอนไซม์

แต่ถ้าเอนไซม์ในร่างกายบกพร่องมีปริมาณลดน้อยลงเนื่องจากรับประทานอาหารที่ไม่มีเอนไซม์ ร่างกายจะเสื่อมโทรมเป็นบ่อเกิดของโรคต่างๆ น้ำมันมะพร้าวมีส่วนช่วยให้ร่างกายประหยัดเอนไซม์ทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงมีส่วนทำให้ร่างกายมีสุขภาพแข็งแรงในอีกทางหนึ่ง

 

o   น้ำมันมะพร้าวกับเอดส์

การทดลองเรื่องผลของน้ำมันมะพร้าวที่มีต่อไวรัส HIV ทำขึ้นครั้งแรกที่โรงพยาบาลซานลาซาโรในประเทศฟิลิปปินส์ การทดลองกระทำกับกลุ่มคนไข้อายุ 22-38 ปีที่ไม่เคยรับการรักษา HIV มาก่อน การทดลองใช้ระยะเวลา 6 เดือน ผลการทดลองวัดจากปริมาณไวรัสในเลือดและปริมาณของ CD4 (ซีดีโฟร์-ปริมาณของเซลล์เม็ดเลือดขาว) โดยให้คนไข้บางส่วนรับประทานน้ำมันมะพร้าววันละ ช้อนโต๊ะหรือน้อยกว่าเป็นประจำทุกวัน และให้คนไข้บางส่วนรับประทานโมโนลอริน ซึ่งเป็นโมโนกลีเซอร์ไรด์ของกรดลอริคในน้ำมันมะพร้าว เมื่อสิ้นสุดการทดลอง คนไข้ 8 ใน 14 คนมีปริมาณไวรัสในเลือดลดลง, 5 คนมีปริมาณ CD4 เพิ่มขึ้น และ 11 คนมีน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้น ซึ่งทั้งหมดเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงการมีสุขภาพดีขึ้น น.พ.คอนราโด เดย์ริท กล่าวว่า "ผลการทดลองนี้ยืนยันคำกล่าวที่ว่า น้ำมันมะพร้าวมีฤทธิ์ในการฆ่าเชื้อและสามารถช่วยให้ปริมาณไวรัส HIV ลดลงได้"

 

o   การรับประทานน้ำมันมะพร้าว

คำถามแรกที่ผู้เริ่มเรียนรู้ประโยชน์ของน้ำมันมะพร้าวมักจะถามคือ ควรรับประทานน้ำมันมะพร้าวในปริมาณวันละเท่าไร? คำตอบคือ วันละเท่าไรก็ได้ที่คุณรู้สึกเหมาะสม แม้แต่วันละครึ่งช้อนก็มีประโยชน์ ขนาดที่แนะนำคือ ช้อนโต๊ะสำหรับผู้ใหญ่ทั่วๆไป เป็นปริมาณที่อัตราส่วนพอๆกับกรดไขมันสายปานกลางธรรมชาติที่พบในน้ำนมแม่ ซึ่งเป็นปริมาณเพียงพอที่จะป้องกันทารกจากการติดเชื้อ การเจ็บไข้ได้ป่วย และช่วยในการรับสารอาหารที่มีคุณค่าในสภาวะปกติทั่วๆไป โดยเฉลี่ยรับประทานคราวละน้อยตลอดทั้งวันจนครบจำนวน สำหรับผู้ใหญ่ที่มีน้ำหนักประมาณ 70กก. ปริมาณ ช้อนโต๊ะเป็นปริมาณที่เหมาะสม ผู้ที่มีน้ำหนักน้อยกว่านี้สามารถลดปริมาณลง ½ ช้อนโต๊ะต่อน้ำหนักที่น้อยลง 10กก. ส่วนผู้ที่มีน้ำหนักมากกว่า 70กก. รับประทานวันละ 4 ช้อนโต๊ะถือเป็นปริมาณที่เหมาะสม

 

o   น้ำมันมะพร้าวให้ผลดีที่สุดกับการบำรุงผิว

นอกจากการเสื่อมสภาพหรือการเกิดออกซิเดชั่นจะเกิดขึ้นภายในร่างกายแล้ว การออกซิเดชั่นสามารถเกิดขึ้นภายนอกร่างกายได้เช่นเดียวกัน การเสื่อมสภาพภายนอกร่างกายเกิดขึ้นที่ผิวนั่นเอง ซึ่งจะออกในรูปของการแพ้ เกิดรอยด่างดำต่างๆ แม้แต่ผิวหนังเหี่ยวย่นก็เป็นผลของการเกิดออกซิเดชั่น การทาน้ำมันมะพร้าวที่ผิวจึงเป็นการลดหรือกำจัดอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นกับผิวนั่นเอง น้ำมันมะพร้าวยังปลอดภัยกับผิวเด็กเราจึงสามารถใช้ทาผิวทารก

 

o   น้ำมันมะพร้าวอุดมไปด้วยวิตะมิน E คุณภาพสูง

วิตะมิน E ในน้ำมันมะพร้าวเป็นสารโทโคไทรอินอล ซึ่งเป็นรูปแบบของวิตะมิน E ที่มีประสิทธิภาพมากกว่าวิตะมิน E อีกรูปแบบหนึ่งที่เป็นสารโทโคเฟอรอล ซึ่งใช้กันอยู่ในเครื่องสำอางรักษาผิวทั่วไปถึง 40-50 เท่า

 

o   น้ำมันมะพร้าวช่วยป้องกัน-รักษาฝ้า กระ และสามารถใช้เป็นยากันแดด

อนุมูลอิสระเป็นสาเหตุหนึ่งของการเป็นฝ้าและกระ วิตะมิน E ในน้ำมันมะพร้าวจะทำหน้าที่ละลายอนุมูลอิสระเหล่านั้น นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นยากันแดดได้ดีอีกด้วย เนื่องจากเมื่อแห้งแล้วไม่เหนียวเหนอะหนะ

 

o   น้ำมันมะพร้าวทำความสะอาดรูขุมขนช่วยลดปัญหาเรื่องสิว

เมื่อผิวหน้าของเราสกปรกรูขุมขนถูกอุดตัน ร่างกายไม่มีช่องทางให้ขับถ่ายของเสียจึงทำให้เกิดปัญหาเรื่องสิว ฝี และใบหน้าเกิดริ้วรอย การใช้เครื่องสำอาง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้รูขุมขนถูกอุดตัน แต่รู้สึกว่าจะเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้สำหรับคุณสาวๆ พอล ซอร์ซี่ บิดาแห่งการทำน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์บีบเย็นกล่าวว่า เมื่อเราทาน้ำมันมะพร้าวที่ผิว น้ำมันจะซึมผ่านรูขุมขนและทำความสะอาดมัน ทำให้ร่างกายมีช่องทางขับถ่ายของเสีย เพื่อเป็นการทดลอง พอลให้ใครสักคนเคี้ยวหมากฝรั่ง หลังจากนั้นพอลให้น้ำมันมะพร้าวแก่เขา 1 ช้อน หลังจากเคี้ยวหมากฝรั่งไปพร้อมกับน้ำมันมะพร้าว หมากฝรั่งจะค่อยๆละลายหายไปในปาก "นี่เป็นสิ่งเดียวกันกับที่เกิดขึ้นกับสิ่งสกปรกที่อุดตันรูขุมขน" พอลกล่าว

 

o   น้ำมันมะพร้าวช่วยสมานผิวป้องกันการเกิดปัญหาหน้าท้องลาย

น้ำมันมะพร้าวยังช่วยเร่งฟื้นฟูอาการบาดเจ็บและติดเชื้อของผิวหนังทุกชนิด ป้องกันการเกิดแผลเป็นที่น่าเกลียด หากใช้ก่อนล่วงหน้าอาการบาดเจ็บนั้นๆจะหายเร็วยิ่งขึ้น จึงเป็นการดีที่จะใช้เป็นประจำทุกวัน คุณผู้หญิงที่ต้องการจะเป็นแม่ หากนวดน้ำมันมะพร้าวที่หน้าท้อง ทุกวันตั้งแต่ก่อนไปจนตลอดและหลังการคลอด การเกิดท้องลายจะไม่เป็นปัญหา หรือผู้ที่เล่นเพาะกายเมื่อทำขนาดของร่างกายและกล้ามเนื้อให้ใหญ่ขึ้น บางคนมีริ้วรอยที่เกิดจากการยืดของผิวหนัง ปัญหานี้แก้ได้ด้วยน้ำมันมะพร้าว

 

o   วิธีใช้น้ำมันมะพร้าวดูแลเส้นผมรากผมและหนังศีรษะ

น้ำมันมะพร้าวช่วยให้ผมเป็นเงางามแข็งแรง บางคนกล่าวว่าช่วยให้ผมไม่หงอกก่อนวัยและช่วยให้ผมไม่ร่วงป้องกันศีรษะล้าน ยังดีต่อหนังศีรษะและช่วยควบคุมรังแค วิธีใช้น้ำมันมะพร้าวดูแลเส้นผมรากผมและหนังศีรษะ ชโลมให้ทั่วหนังศีรษะ ด้วยปริมาณที่เหมาะสมประมาณหนึ่งถึงสองช้อนชา นวดหนังศีรษะจนน้ำมันแทรกซึมทั่วหนังศีรษะและเส้นผมแต่อย่าใช้มากจนเปียกเกินไป หลังจากนั้น ทิ้งไว้อย่างน้อย 15 นาที (ยิ่งทิ้งไว้นานเท่าไรยิ่งดี) เพื่อให้น้ำมันแทรกซึมสู่หนังศีรษะจึงค่อยสระออก คุณอาจใช้ใส่ผมตั้งแต่ตื่นนอน และทิ้งไว้จนกระทั่งอาบน้ำตอนเช้าจึงสระออก หรือคุณอาจใช้ใส่ผมในตอนกลางคืนก่อนนอน โดยใช้หมวกอาบน้ำคลุมผมไว้ แล้วค่อยสระออกเมื่ออาบน้ำตอนเช้าก็ได้ คุณจะประหลาดใจที่ผมของคุณดูสวยเป็นเงางามและมีรังแคลดน้อยลง

 

o   น้ำมันมะพร้าวเหมาะจะใช้เป็นน้ำมันนวด

น้ำมันมะพร้าวเหมาะที่สุดที่จะใช้เป็นน้ำมันนวด (massage therapy) เนื่องจากคุณสมบัติในการฟื้นฟูของมัน ช่วยให้ผิวหนังมีสุขภาพแข็งแรงดูมีน้ำมีนวล และยัง ช่วยผ่อนคลาย ลดอาการบาดเจ็บของกล้ามเนื้อ ที่สำคัญไม่ทำให้เสื้อผ้าเปื้อน จึง ไม่ทำให้ที่นอนหรือผ้าปูที่นอนเสียหาย หากแม้คุณทำหกบนที่นอน รอยเปื้อนจะต่างจากรอยเปื้อนของน้ำมันอื่น น้ำมันมะพร้าวอย่างเดียวก็เหมาะจะใช้เป็นน้ำมันนวด อย่างไรก็ตาม น้ำมันมะพร้าวร่างกายสามารถดูดซับได้ง่าย ผู้นวดหลายคนจึงผสมน้ำมันมะพร้าวกับน้ำมันไม่อิ่มตัวเชิงเดียวชั้นดีอย่างน้ำมันอัลมอนด์ ในอัตราส่วน น้ำมันอัลมอนด์ 1 ส่วนต่อน้ำมันมะพร้าว 2 ส่วน ซึ่งทำให้น้ำมันมีความเรียบลื่นขึ้นเมื่อนวดผ่านผิวหนัง

 

o   สามารถใช้น้ำมันมะพร้าวนวดบรรเทาปัญหาข้ออักเสบ

ปัญหาข้ออักเสบ ขัด บวม และเจ็บปวด สามารถบรรเทาได้โดยการใช้น้ำมันมะพร้าวทาให้ชุ่มและนวดตรงบริเวณที่มีปัญหาเป็นประจำหรืออาจใช้ผ้าพันไว้ อาการบวมจะลดลง และความเจ็บปวดก็จะลดลงด้วย

 

o   น้ำมันมะพร้าวกับการควบคุมน้ำหนัก

หากจะถามว่าน้ำมันมะพร้าวช่วยลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่? คำตอบคือ จริง แต่เป็น การช่วยทางอ้อม ไม่ได้เป็นผลโดยตรง ข้อดีของน้ำมันมะพร้าวอยู่ที่ เป็นกรดไขมันสายปานกลาง จึงย่อยได้ง่ายกว่า (ไขมันชนิดอื่นเป็นกรดไขมันสายยาว ต้องใช้เอ็นไซม์จากตับอ่อนเป็นตัวช่วยย่อย) และถูกส่งไปที่ตับโดยตรงเพื่อสร้างพลังงาน ทำให้ไม่ไหลเวียนในเส้นเลือดและสะสมตามเซลล์ไขมันเหมือนไขมันชนิดอื่นๆ ยังให้พลังงานได้มากกว่า ทำให้อิ่มเร็วขึ้นและอิ่มนาน ผลคือรับประทานอาหารน้อยลง เพียงแค่ เปลี่ยนมาใช้น้ำมันมะพร้าวปรุงอาหารแทนน้ำมันชนิดอื่นๆที่ใช้อยู่เป็นประจำ จะทำให้นน.ลดลงได้หลายกก.ใน 3 เดือน การควบคุมน้ำหนักหรือลดน้ำหนักด้วยการรับประทานน้ำมันมะพร้าว จึงต้องกระทำด้วยสามัญสำนึกของการลดนน. คือต้องออกกำลังกาย หลีกเลี่ยงการรับประทานคาร์โบไฮเดรท โดยเฉพาะน้ำตาลฟอกขาว ข้าวขัดขาว ขนมปังขาว และควรรับประทานผักสดและผลไม้สดให้มาก

 

o   ผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าว

เนื่องจากเล็งเห็นถึงประโยชน์อันมากมายมหาศาลของน้ำมันมะพร้าว นอกจากเราจะทำน้ำมันมะพร้าวบริสุทธ์บีบเย็นที่เหมาะกับการรับประทานเพื่อสุขภาพ และใช้ภายนอกเพื่อความงามของผิวพรรณและเส้นผมแล้ว เรายังนำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางบำรุงสุขภาพอีกหลายชนิดเช่น แชมพู ครีมนวดผม ครีมหมักผม น้ำมันบำรุงผม น้ำมันบำรุงผิวหน้าพิเศษ ลิปกลอส สบู่ น้ำมันบำรุงผิว น้ำมันบำรุงผิวแต่งกลิ่น น้ำมันบำรุงผิวอโรมาเทอราปี ครีมสมานส้นเท้า และยังจะมีผลิตภัณฑ์จากน้ำมันมะพร้าวอื่นๆติดตามออกมาอีกหลายชนิด

 

ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีให้กับความมหัศจรรย์จากธรรมชาติของน้ำมันมะพร้าว ดังนั้นวิธีการผลิตจึงเป็นเรื่องสำคัญที่สุดที่ต้องคำนึงถึง การผลิตน้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์อย่างเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวในสไตล์บูติคออยล์ พิถีพิถันทุกขั้นตอนตั้งแต่จัดตั้งโรงงานในบริเวณที่มีมะพร้าวที่มีคุณภาพดี เลือกใช้เครื่องมือที่ปลอดภัยต่อสิ่งแวดล้อม ไม่เพิ่มภาวะโลกร้อน ไม่ใช้เครื่องจักรที่มีกำลังไฟฟ้าสูงที่จะทำให้น้ำมันสะสมพลังงานกระแสแม่เหล็กไฟฟ้า ไม่เลือกวิธีที่ให้ผลผลิตมากที่สุด แต่ใช้วิธีที่คงคุณค่าของพลังชีวิตจากธรรมชาติไว้ให้มากที่สุด เป็นสินค้าที่ปราศจากสารพิษและสารเคมี 100% เริ่มตั้งแต่การเลือกมะพร้าวจากสวนที่ปราศจากสารพิษหรือสารเคมี ไปจนจบกระบวนการการผลิตที่ปราศจากสารพิษและสารเคมี

 

คุณภาพของน้ำมันมะพร้าวที่ได้จึงใส เบา กลิ่นหอมมาก (ไม่มีกลิ่นเหม็นเปรี้ยวหืน) รับประทานง่าย คงคุณสมบัติของธรรมชาติไว้สูง เพื่อความเป็น น้ำมันมหัศจรรย์และ น้ำมันที่ดีที่สุดต่อสุขภาพอย่างแท้จริง

 

วงการแพทย์และนักโภชนาการสมัยใหม่ต่างยอมรับแล้วว่า น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่ปลอดภัยและดีต่อสุขภาพที่สุดในโลกแล้ว จึงอยากจะให้ผู้มีอุปการะคุณของเราที่ใช้ผลิตภัณฑ์ ขอจงได้ใช้ผลิตภัณฑ์ด้วยความสบายใจและพอใจ ให้สมกับคำขวัญที่ว่า "น้ำมันมะพร้าวทำให้คุณมีความสุข สุขภาพดี และสวยงาม"

 

1

....เพราะผู้หญิงขาดความสวยไม่ได้....

บิวตี้ มาเนีย สาขาอนุสาวรีย์รัชกาลที่ 1 โทร. 044 634555, สาขาเยื้อง รพ.เอกชน โทร. 044 601100, สาขาถนนรมย์บุรี โทร. 044 612 355, สาขาตลาดรถไฟ 044 666898

www.beautymaniabr.com, www.facebook.com/BeautyManiaBRR, Line ID/ IG: beautymaniabrr